-
24-06-2011, 03:58 AM
#321
เป็นเวลาเกือบห้าชั่วโมง ฉันค่อยๆอ่านสมุดบันทึกเล่มนั้นโดยที่ไม่รู้มาก่อนเลยว่ามันจะสำคัญมากขนาดนี้ เรื่องราวต่างๆเริ่มขึ้นโดยผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นต้นเรื่องของทุกอย่าง ผู้ชายคนเดียวกับที่ขอฉันแต่งงานและเป็นคนเดียวกันกับที่อาศัยอยู่กับพี่สาวคนสวยตรงข้างๆฉัน แล้วยังมีเรื่องแบบนั้นกับพี่เปิ้ลเพื่อนพี่นุ่นอีก
ลายมือที่ใช้เขียนในสมุดเล่มนี้ยืนยันได้อย่างดีว่ามันเป็นของจริง กระนั้นฉันเองก็ไม่อยากรับความจริงที่อยู่ตรงหน้า ความเจ็บปวดของพี่สาวมันแรงเกินกว่าที่ฉันคิดไว้มาก เธอไม่เคยบอกว่าเคยเจอกับอะไร ไม่เคยเล่าให้ฟังแต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังมอบความเชื่อใจให้กับผู้ชายคนนั้น พี่นุ่น...ทำไม
“โกรธพี่รึเปล่า” พี่ปู๊ยถามฉันขึ้นมาเมื่อฉันปิดสมุดเล่มนั้นลง ขอบตายังช้ำเพราะผ่านการร้องไห้มา รู้สึกเหมือนตัวเองถูกทรยศ ถูกหลอกถูกหักหลังอย่างร้ายกาจ รู้สึกความเชื่อใจที่เคยให้กับผู้ชายคนนั้นมันจบลงแล้ว
“......” ฉันอยากจะพูดอะไรออกมาบ้าง แต่เปล่งเสียงออกมาไม่ได้ รู้สึกมันเหมือนกับจุกอยู่ที่คอ จึงได้แต่ส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ
“พี่อยู่กับเขาที่นี้ ทุกวันศุกร์เขาจะมาค้างกับพี่แล้วกลับไปที่หอตัวเองในวันอาทิตย์” พี่ปู๊ยเล่าอะไรบางอย่างที่มันไม่ได้ถูกเขียนไว้ในสมุดบันทึกเล่มนั้น
“ตอนเช้าพี่จะตื่นนอนก่อนเค้า บางวันพี่จะปลุกเค้าไปตักบาตรเป็นเพื่อน ช่วงสายหน่อยเราก็มักจะนอนดูโทรทัศน์ด้วยกันก่อนจะออกไปทานข้าวเที่ยง ในบางอาทิตย์เราก็จะชวนกันไปดูหนังบ้าง พอตกเย็นเราก็จะ
พาน้องหมาไปเดินเล่นด้วยกันที่สวนสาธารณะ หรือที่ไหนก็แล้วแต่ หลังจากนั้นตอนค่ำเราก็...”
“เล่าต่อสิคะ” ฉันพูดทั้งที่ใบหน้าเริ่มชาขึ้นมา
“ก็คงทำเหมือนกับนุชเวลาที่อยู่ด้วยกันกับเค้าหล่ะมั้ง” เธอตอบสายตาที่เคยสับสนหายไปแล้ว
-
25-06-2011, 09:51 PM
#322
“คุณ!!” ฉันเริ่มขึ้นเสียง น้ำตาที่เกือบจะแห้งมันก็กลับมาไหลอีกครั้ง ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้หน้าด้านขนาดนี้ ไม่อยากเชื่อเลยที่จะเป็นคนเดียวที่เค้าบอกว่าดีนักหนา มือฉันกำจนสั่นแต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรได้ นอกจากมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความเคียดแค้นเท่านั้น
“ก็ถึงไม่อยากพูดไง” พี่ปู๊ยบอกทั้งที่ตัวเองยังยิ้ม ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไมเธอถึงให้เรียกฉันว่าพี่แม่มด แอปเปิ้ลอาบยาพิษที่เธอส่งมาให้มันเป็นคำตอบที่เพียงพอแล้ว
“พี่ปู๊ย พี่ต้องการอะไรกันแน่” ฉันถามเธออย่างไม่เกรงใจ เรื่องราวหลายๆอย่างมันทำให้จิตใจฉันเข้มแข็งขึ้น กล้าที่จะเผชิญหน้ากับคนอื่นมากขึ้นกว่าเดิม
ผู้หญิงคนนั้นยิ้มเล็กน้อยก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น มือเรียวบางนั่นจับข้อมือของฉันไว้ก่อนที่เธอจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิม ใกล้จนฉันเริ่มลนบ้างเพราะมันแทบจะติดกันแล้ว เพียงแต่เธอหยุดไว้ไม่กี่เซนติเมตรก่อนที่จะซุกหน้าไปข้างใบหูแล้วพูดอะไรบางอย่าง
“เราเหมือนกันนะ” เธอยังพูดต่อ
“เราต่างก็รักคนๆนั้น เจ็บปวดเพราะคนๆนั้น เคยหัวเราะหรือร้องไห้ ดีใจแล้วก็เสียใจก็เพราะมีคนๆนั้นอยู่ข้างเรา แต่เธอคงรู้นะ เค้าไม่เคยรักเราเท่ากับพี่สาวของเธอเลย” น้ำเสียงสั่นเล็กน้อยขณะที่เธอพูด นัยน์ตาเองก็เริ่มชื้นขึ้นมา
“สู้ไม่ได้เลยหล่ะ ยอมแพ้จริงๆสู้เธอคนนั้นไม่ได้เลย จะให้ไปสู้กับคนที่ตายแล้วได้ยังไงกันหล่ะ” น้ำตาของพี่ปู๊ยเริ่มไหลออกมา ฉันเข้าใจความรู้สึกเธอส่วนหนึ่ง ก็เพราะคนที่เคยมีความรักเหมือนกันมันคงเข้าใจแบบเดียวกัน
สมุดเล่มนั้นได้บอกทุกอย่างหมดแล้ว บอกกระทั่งคำตอบที่ไม่อยากรู้ เค้าแต่งงานกับเราไม่ใช่เพราะรัก แต่เพราะรู้สึกผิดต่อเรา เค้าเลือกเราไม่ใช่เพราะเราดีกว่าแต่เป็นเพราะเราอ่อนแอกว่า แต่กับพี่นุ่นเค้าไม่เคยที่จะลังเลเลย เค้าพูดว่ารักเธอได้เต็มปาก...แค่นี้ก็เพียงพอแล้วหล่ะ
“ถึงอย่างงั้น” ฉันพูดขึ้นมาบ้างพี่สาวที่เคยเป็นแม่มดเมื่อกี้ตอนนี้กลับมาเป็นผู้หญิงอ่อนแออีกครั้ง หลังจากเธอร้องไห้แล้วเธอก็เอาแต่กอดฉันเอาไว้ ปล่อยให้ความรู้สึกมันไหลผ่านน้ำตา
“เราก็ยังมีชีวิตอยู่ แล้วนุชก็จะใช้ชีวิตที่เหลือแทนส่วนของพี่นุ่นด้วย” ฉันตอบไปอย่างไม่ลังเล
ในคืนนั้นฉันโทรกลับไปบอกที่บ้านว่าไม่จะกลับและจะนอนค้างบ้านเพื่อน ม๊าก็ซักถามรายละเอียดนานทีเดียวกว่าจะยอมวางโทรศัพท์ แน่นอนว่าฉันเองก็ไม่ได้บอกเรื่องทั้งหมดให้ท่านฟังจะบอกก็เพียงว่าพี่ปู๊ยสนิทกับพี่นุ่นแล้วฉันก็เลยมานอนคุยกันแค่นั้นเอง แปลกนะทั้งที่สมควรจะโกรธเธอแท้ๆแต่ฉันกลับไม่โกรธเธอเลยหลังจากเราคุยกันจบ ออกจะเห็นใจเธอมากกว่า เพราะหัวอกเดียวกันหล่ะมั้ง
เราคุยกันหลายเรื่อง จากเรื่องเศร้าก็กลายเป็นเรื่องตลก จากเรื่องตลกก็เป็นเรื่องธรรมดาสามัญไป สุดท้ายเราก็คุยอะไรหลายๆอย่างได้จนสนิทใจ อาจเพราะเราเปิดใจคุยกันตั้งแต่แรกเราถึงเริ่มรู้สึกสนิทกันเร็วแบบนี้ด้วยหล่ะมั้ง
แล้วสุดท้ายก็มาจบที่เรื่องพี่นุ่น เธอให้ฉันเล่าให้ฟังว่าพี่นุ่นเป็นคนยังไง แล้วคำพูดนั่นก็ทำให้ไม่กี่วันต่อมาฉันเก็บข้าวของเดินทางไปยังออสเตรเลีย ที่ๆเธอเคยอยู่
“อยากรู้จังนะว่า พี่สาวเธอตอนที่อยู่ต่างประเทศเค้าคิดยังไงถึงยังเชื่อใจผู้ชายคนนั้นอยู่”
จบแล้ว อิอิ
-
10-08-2011, 12:07 AM
#323
กำลังจะส่ง สนพ. หลังจากรีไรน์รอบที่หนึ่งล้านเสร็จ (เว่อร์ อิอิ) ก็เลยทำเรื่องย่อขึ้นมา แต่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นะใครอ่านแล้วเห็นว่าช่วงไหนควรแก้บ้างก็แนะนำหน่อยนะ (จริงๆเห็นแล้วแหละแต่นึกอะไรไม่ออกตอนนี้)
กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก
เรื่องราวชีวิตธรรมดาของผู้ชายคนหนึ่งที่เริ่มรู้จักกับความรักด้วยการหลงรัก “เปิ้ล” เพื่อนสนิทของตัวเองเป็นเวลาสามปี ชายคนนั้นคอยเฝ้าตอบตัวเองทุกครั้งที่ถูกปฏิเสธว่าครั้งหน้ายังมีจนกระทั่งพวกเขาจบการศึกษามัธยม พอเข้าสู่มหาวิทยาลัยเขาก็เริ่มได้ “สัมผัส” กับความรักมากขึ้นในแง่มุมที่ต่างไปจากเดิม
หลังจากเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยวิถีชีวิตของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป ชายหนุ่มเริ่มเรียนรู้โลกภายนอกมากขึ้นพร้อมกับเรียนรู้คำว่ารักที่มันต่างออกไปจากเดิมเมื่อพบกับผู้หญิงมากหน้าหลายตาที่ผ่านเข้ามาในชีวิตกระทั่งเจอกับเธอคนนั้นที่มาเปลี่ยนชีวิตเขาไปทั้งชีวิต เธอชื่อ “นุ่น” เป็นเพื่อนสนิทที่เรียนคณะเดียวกับเปิ้ล
เมื่อนิยามของความรักเปลี่ยนจากที่เคยให้เพียงฝ่ายเดียวกลายมาเป็นได้รับความอบอุ่นในหัวใจบ้าง ความรักมันก็เริ่มผลิบานเหมือนต้นกล้ากลายเป็นต้นไม้ใหญ่ เพียงแต่ก่อนจะเติบโตไปได้นั้นความรักของเขาก็พบกับทางตันขึ้นมาเสียก่อนด้วยมือของตัวเอง
ความเจ็บปวดจากการสูญเสียความรักไป ถ้าใครยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ก็คงจะเข้าใจดังเช่นที่เขาเป็นอยู่ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคิดจะไขว่คว้าความรักกลับคืนมาต่อให้มันไม่เหมือนเดิมก็ตามที
แต่ระหว่างทางกลับพบเจอกับผู้หญิงอีกคน เธอเป็นน้องสาวของนุ่นมีชื่อว่า “นุช” เมื่ออุปสรรคครั้งนี้ไม่ใช่เหตุผลแต่เป็นเรื่องของความรู้สึก ชายหนุ่มแพ้ใจตัวเองเมื่อเขาพบว่านุชกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
แต่เมื่อพบว่าน้องสาวคนนี้ต่างจากคนพี่โดยเฉพาะเรื่องจิตใจ เขาต้องแบกรับความรู้สึกผิดต่อคนทั้งสองและสุดท้ายก็ถึงเวลาที่อาจต้องเลือกใครสักคนหนึ่ง
ทว่าตัวเลือกกลับต้องมาเพิ่มขึ้นเมื่อความรักเล่นตลกอีกครั้งเมื่อ “พี่ปู๊ย” รุ่นพี่ที่ปรึกษาของตัวเขารู้สึกกับเขาเป็นมากกว่าน้องชายธรรมดา
หากรักษาความรักไว้ไม่ได้บางครั้งก็ถึงคราวที่ต้องปล่อยมันไปแล้วกลับมาคิดใหม่ว่ารักนั้นแท้ที่จริงแล้วมันคืออะไร บางทีเราอาจพบคำตอบพร้อมๆกับเขาก็ได้กระมั้ง
-
11-08-2011, 07:26 PM
#324
รีไรท์ ไวๆนะคับ รอเสพย์อยู่ XD
-
13-08-2011, 11:40 AM
#325
รีเสร็จแล้วจ้ะ รอ สนพ พิจารณาอยู่เค้าขอประมาณไม่เกิน 2 เดือน ความยาว 80 หน้ากระดาษ ตัวอักษร 14 แบบไม่เว้นวรรค hihi
-
05-09-2011, 02:40 AM
#326
มาต่อหน่อยสิครับ
ปล. อ่านรอบ 2 ยังมันส์เหมือนเดิม ขอบคุณจริงๆ
-
10-02-2012, 12:30 AM
#327
-
18-05-2012, 01:03 PM
#328
ขอบคุณครับ
Facebook Comments
Posting Permissions
- You may not post new threads
- You may not post replies
- You may not post attachments
- You may not edit your posts
Forum Rules